ตรวจสอบการตั้งค่าการชำระเงินแบบไร้สัมผัส
ในบางประเทศและกับบางธนาคาร Apple มีตัวเลือกให้ใช้การจ่ายเงินแบบไร้สัมผัสได้ โดยคุณสามารถชำระเงินที่ร้านค้าได้อย่างสะดวกผ่านอุปกรณ์ Apple ซึ่งมีข้อมูลบัตรชำระเงินบันทึกไว้ในกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet)
อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบการตั้งค่าอย่างรอบคอบ เพราะการชำระเงินที่มีมูลค่าต่ำกว่าระดับที่กำหนดอาจไม่จำเป็นต้องยืนยันตัวตน ซึ่งอาจเปิดช่องให้มิจฉาชีพอาศัยเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) แอบดึงเงินจำนวนเล็กน้อยได้ หากเข้ามาอยู่ในระยะสัญญาณที่ NFC รองรับ โดยระยะดังกล่าวขึ้นอยู่กับกำลังส่งของเครื่องอ่าน NFC ที่พวกเขาใช้
แอปไหนควรถอนการติดตั้ง และแอปแบบไหนควรเลี่ยง?
ทุกครั้งที่คุณจะติดตั้งแอป ลองถามตัวเองอีกครั้งว่าจำเป็นจริงหรือไม่ หลายครั้งผู้ใช้มักดาวน์โหลดแอปมาแล้วปล่อยทิ้งไว้ ไม่ได้อัปเดตหรือแม้แต่ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึง ซึ่งอาจกลายเป็นความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว
สิ่งที่ควรระวังเป็นพิเศษคือ แอปคีย์บอร์ดจากผู้พัฒนาภายนอก เพราะแอปเหล่านี้สามารถเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างที่คุณพิมพ์ลงบนอุปกรณ์ รวมถึงรหัสผ่าน นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงการติดตั้ง Self-signed Certificates เนื่องจากผู้ใช้ส่วนใหญ่แทบไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานอยู่แล้ว
และหากคุณจำเป็นต้องติดตั้งแอปสำหรับงานเฉพาะกิจ เช่น งานประชุมหรืองานคอนเสิร์ต อย่าลืมลบแอปนั้นออกทันทีเมื่อจบงาน
วิธีช้อปปิ้งและใช้งานธนาคารออนไลน์บน iOS อย่างปลอดภัย
หากคุณใช้งานเบราว์เซอร์บนอุปกรณ์ iOS ขณะเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ฟรีที่ไม่รู้แหล่งที่มา ควรหลีกเลี่ยงการช้อปปิ้ง การทำธุรกรรมธนาคารออนไลน์ หรือการเข้าเว็บไซต์ที่ต้องล็อกอิน เพราะหากฮอตสปอตนั้นมีการป้องกันที่อ่อนแอ แฮ็กเกอร์อาจดักจับข้อมูลที่คุณกรอกลงในเบราว์เซอร์ได้ ไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่าน ข้อมูลบัตรชำระเงิน หรือข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ ทางที่ปลอดภัยกว่าคือปิด Wi-Fi แล้วใช้เครือข่ายมือถือแทน หรือเลือกใช้แอปทางการที่ดาวน์โหลดจาก Apple App Store
การใช้งานแอปจากร้านค้าออนไลน์ ธนาคาร หรือผู้ให้บริการออนไลน์ ถือเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า เพราะแอปเหล่านี้มีการเข้ารหัสข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ของคุณกับเซิร์ฟเวอร์โดยตรง แม้ยังมีโอกาสที่แอปทางการอาจมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย แต่การใช้เบราว์เซอร์บนเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัยก็ยังเสี่ยงกว่ามาก
เพื่อเพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้นในการใช้งานเบราว์เซอร์ออนไลน์ แนะนำให้ใช้ VPN ที่เชื่อถือได้ ซึ่งช่วยเพิ่มชั้นการป้องกันให้กับทั้งการท่องเว็บและการใช้งานแอปต่างๆ
รีสตาร์ทอุปกรณ์เป็นประจำ
โดยปกติแล้ว แฮ็กเกอร์แทบไม่สามารถฝังตัวอยู่บน iPhone หรือ iPad ได้ถาวร จึงอาจเลือกใช้วิธีโจมตีที่เรียกว่า in-memory payload ซึ่งทำงานอยู่เพียงในหน่วยความจำและจะหายไปทันทีหลังจากที่อุปกรณ์ถูกรีสตาร์ท ดังนั้น การรีสตาร์ทเครื่องเป็นประจำจึงช่วยเพิ่มระดับการป้องกันได้ โดยเฉพาะหลังจากที่คุณเชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi ที่ไม่น่าเชื่อถือ
นอกจากนี้ ภัยคุกคามไซเบอร์ยังสามารถแพร่กระจายผ่านการเชื่อมต่อสายเคเบิลได้เช่นกัน ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อ iPhone หรือ iPad เข้ากับอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก และเมื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ iOS จะขอให้คุณปลดล็อกก่อนจึงจะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยปกป้องข้อมูลภายในของคุณ
แล้วจะป้องกันคอมพิวเตอร์ได้อย่างไร หากมีผู้ไม่หวังดีพยายามแพร่มัลแวร์ผ่านการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์มือถือ? หากคอมพิวเตอร์ของคุณติดตั้งผลิตภัณฑ์ ESET สามารถใช้ฟังก์ชัน Device Control เพื่อบล็อกการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์พกพา ลดความเสี่ยงและเสริมความปลอดภัยให้กับระบบได้มากยิ่งขึ้น