VPN คืออะไร และ
ทำไมคุณควรมี?

ในยุคดิจิทัลปัจจุบัน เราใช้เวลาออนไลน์มากขึ้น ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตจึงมีความสำคัญมากขึ้น VPN (Virtual Private Network) ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องข้อมูลของคุณ ผ่านการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นและการท่องเว็บแบบไม่ระบุตัวตน คุณอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับ VPN แต่ยังไม่แน่ใจว่ามันช่วยคุณได้อย่างไร มาทำความเข้าใจว่า VPN คืออะไรและทำงานอย่างไร พร้อมค้นพบวิธีสร้างการเชื่อมต่อแบบเข้ารหัส และประโยชน์ที่คุณจะได้รับ

VPN คืออะไร?

VPN หรือ Virtual Private Network เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยสร้าง การเชื่อมต่อที่ปลอดภัยและเข้ารหัสระหว่างอุปกรณ์ของคุณกับอินเทอร์เน็ต ซึ่งหมายความว่าข้อมูลทั้งหมดที่คุณส่งและรับผ่านเครือข่ายนี้จะได้รับการปกป้องจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตและการสอดแนม VPN ทำงานโดยการส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตของคุณผ่าน VPN server ซึ่งจะมอบ IP address ใหม่ให้กับคุณ ทำให้ตำแหน่งที่ตั้งและตัวตนที่แท้จริงของคุณถูกซ่อน

ทำไม Virtual Private Network จึงถูกสร้างขึ้น?

อินเทอร์เน็ตได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา และความต้องการใช้งานอย่างปลอดภัยก็เพิ่มขึ้น เราต้องการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและรักษาความเป็นส่วนตัว นี่คือจุดที่แนวคิดของ Virtual Private Network (VPN) เข้ามามีบทบาท โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยและเข้าระหว่างผู้ใช้งานกับอินเทอร์เน็ต

ในช่วงแรก VPN ถูกออกแบบมาสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างการเข้าถึงระบบจากระยะไกลอย่างปลอดภัยให้กับพนักงาน โดยสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายส่วนตัวของบริษัทได้จากทุกที่ และเครือข่ายนี้จะช่วยปกป้องข้อมูลที่เป็นความลับ ปัจจุบันพนักงานมักทำงานนอกสถานที่มากขึ้น (เช่น บน public Wi-Fi, ในคาเฟ่, ที่สนามบิน หรือระบบขนส่งสาธารณะ) ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลที่สำคัญมากขึ้น ดังนั้นการรักษาความปลอดภัยของการเชื่อมต่อระยะไกลจึงเป็นสิ่งสำคัญ

3 useful facts
  • เทคโนโลยี VPN ถูกพัฒนาขึ้นในปี 1996
  • คำย่อ VPN ย่อมาจาก Virtual Private Network
  • มอบ การปกป้องความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และอิสระในการใช้งานออนไลน์

VPN ช่วยผู้ใช้งานได้อย่างไร?

VPN ทำหน้าที่เสมือนเกราะป้องกันความเสี่ยง โดยเข้ารหัสข้อมูลที่รับส่งระหว่างอุปกรณ์ของผู้ใช้งานกับอินเทอร์เน็ต ช่วยป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตและการดักฟังข้อมูล นอกจากนี้ยังช่วยซ่อน IP address ที่แท้จริง ทำให้บุคคลที่สามติดตามกิจกรรมออนไลน์ได้ยากขึ้น

ดังนั้น VPN จึงเป็นโซลูชันสำหรับความกังวลด้านความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และอิสระในการใช้งานออนไลน์ ด้วยการสร้างการเชื่อมต่อแบบเข้ารหัสและปกปิดตัวตน ทำให้ทั้งบุคคลและองค์กรสามารถใช้งานในโลกดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และไม่ระบุตัวตน

2

Why Get a VPN and What are its Advantages and Disadvantages?

VPN มอบประโยชน์มากมายที่ช่วยให้ประสบการณ์ออนไลน์ของคุณปลอดภัยยิ่งขึ้น ลองพิจารณาว่าคุณจำเป็นต้องใช้การเชื่อมต่อแบบเข้ารหัสหรือไม่ มาดูข้อดีสำคัญของเครือข่าย VPN กัน

  1. การรักษาความเป็นส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ต – VPN เข้ารหัสการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซ่อนตำแหน่งที่ตั้งของคุณ และป้องกันไม่ให้ผู้อื่นติดตามกิจกรรมออนไลน์ ช่วยให้คุณบรรลุสิ่งที่เรียกว่า network neutrality
  2. การเชื่อมต่อที่ปลอดภัยบนเครือข่ายสาธารณะ – เมื่อคุณเชื่อมต่อกับ public Wi-Fi ข้อมูลของคุณมีความเสี่ยงต่อการถูกแฮ็ก VPN ช่วยมอบการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยแม้อยู่บนเครือข่ายสาธารณะ
  3. การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล – VPN ซ่อน IP address จริงของคุณและแทนที่ด้วย IP ใหม่ ช่วยป้องกันการติดตามตำแหน่งและพฤติกรรมออนไลน์
  4. การเข้าถึงเครือข่ายองค์กรจากระยะไกล – สำหรับพนักงานที่เดินทางหรือทำงานจากบ้าน VPN ช่วยให้เข้าถึงเครือข่ายและข้อมูลขององค์กรได้อย่างปลอดภัย
  5. การแชร์ไฟล์อย่างปลอดภัย – หากคุณต้องการแชร์ไฟล์ที่มีความสำคัญ VPN ช่วยให้การส่งข้อมูลปลอดภัยและป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
  6. การป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ – ผู้ให้บริการ VPN ชั้นนำจะมีฟีเจอร์เสริมเพื่อป้องกัน cyber attacks และ malware ในบางกรณี VPN เป็นส่วนหนึ่งของโซลูชัน antivirus อย่างไรก็ตาม VPN ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อบล็อก phishing websites หรือป้องกันการหลอกลวงโดยอัตโนมัติ หากต้องการการป้องกันในระดับนี้ ควรใช้โซลูชันด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม (เช่น digital protection)
  7. การชำระเงินออนไลน์อย่างปลอดภัย – เมื่อคุณช้อปปิ้งหรือทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ VPN จะเข้ารหัสข้อมูลที่รับส่งและปกป้อง traffic จากการถูกดักจับ อย่างไรก็ตาม หากต้องการป้องกันเว็บไซต์หลอกลวงที่พยายามขโมยเงิน จำเป็นต้องใช้โซลูชันด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม (เช่น digital protection)

ข้อเสียของ VPN มีอะไรบ้าง?

แม้ว่า virtual private network จะมีข้อดีมากมายและเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต แต่ก็มีบางประเด็นที่ควรพิจารณา ก่อนเลือกใช้ VPN คุณควรทราบสิ่งต่อไปนี้:

  1. ความเร็วการเชื่อมต่ออาจลดลง – การใช้งานเครือข่ายนี้อาจทำให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตช้าลง เนื่องจากข้อมูลต้องส่งผ่าน VPN server ระยะไกล ซึ่งอาจทำให้เกิดความล่าช้า
  2. ตัวเลือกเซิร์ฟเวอร์มีจำกัด – บางบริการมีจำนวนเซิร์ฟเวอร์ให้เลือกใช้งานไม่มาก
  3. บริการแบบมีค่าใช้จ่าย – บางบริการต้องชำระค่าบริการเป็นประจำ ซึ่งอาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานฟรี
  4. ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย – บางบริการอาจมีความน่าเชื่อถือหรือความปลอดภัยไม่เพียงพอ จึงควรเลือกผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้และผ่านการตรวจสอบ

The Most Well-Known Advantages of a VPN Connection

  • การรักษาความเป็นส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ต
  • การเชื่อมต่อที่ปลอดภัยบนเครือข่าย public Wi-Fi
  • การเข้าถึงเครือข่ายองค์กรได้อย่างปลอดภัยจากทุกที่
  • การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล

 

What to Watch Out For?

  • Speed - ความเร็วการเชื่อมต่ออาจลดลง โดยเฉพาะกับ VPN ฟรีหรือคุณภาพต่ำ
  • Server Selection - ตัวเลือกเซิร์ฟเวอร์ที่สามารถเชื่อมต่อได้มีจำกัด
  • Weak Security - ความสามารถด้านการเข้ารหัสมีข้อจำกัด
  • Pop-ups สำหรับการอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน premium
  • VPN Providers - ผู้ให้บริการที่ไม่น่าเชื่อถืออาจมีปัญหาการใช้งานบ่อยครั้ง และเสี่ยงต่อความปลอดภัยของข้อมูล

VPN ทำงานอย่างไร และใช้งานอย่างไร?

VPN ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างอุปกรณ์ของคุณ (คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน หรือแท็บเล็ต) กับอินเทอร์เน็ต เมื่อคุณเชื่อมต่อกับ VPN ข้อมูลอินเทอร์เน็ตจะถูกเข้ารหัสโดย VPN client และส่งผ่าน encrypted tunnel ไปยัง VPN server จากนั้น VPN server จะถอดรหัสข้อมูลและส่งคำขอไปยังเซิร์ฟเวอร์ปลายทางที่เป็นที่ตั้งของเว็บไซต์ ข้อมูลจะถูกส่งกลับในทิศทางเดิมด้วยกระบวนการเดียวกัน สิ่งนี้ช่วยสร้างการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เป็นส่วนตัวและปลอดภัย โดย IP address จริงของคุณจะถูกซ่อน และคุณจะใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่าน IP address ใหม่ที่ผู้ให้บริการ VPN กำหนดให้

ประเภทของ VPN มีอะไรบ้าง?

  • Remote Access VPN: ช่วยให้พนักงานสามารถเข้าถึงเครือข่ายขององค์กรจากระยะไกล เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางหรือทำงานจากบ้าน
  • Site-to-Site VPN (หรือ router-to-router VPN): ใช้เชื่อมต่อเครือข่ายขององค์กรตั้งแต่สองแห่งขึ้นไป เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสาขาได้
  • Mobile VPN: ออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์พกพาโดยเฉพาะ ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวบนสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต
  • Peer-to-Peer VPN: ช่วยให้ผู้ใช้งานเชื่อมต่อกันโดยตรง พร้อมรองรับการสื่อสารที่ปลอดภัย

VPN ที่รวมอยู่ในเบราว์เซอร์ คุ้มค่าที่จะใช้หรือไม่?

เว็บเบราว์เซอร์บางตัวมีฟีเจอร์ VPN ในตัว (เช่น Opera หรือ Firefox) โดยทั่วไปคุณสามารถค้นหาได้ในเมนูการตั้งค่าของเบราว์เซอร์ ภายใต้ส่วน privacy และ security เมื่อเปิดใช้งาน VPN แล้ว จะมีไอคอนแสดงใน toolbar และเมื่อคลิกที่ไอคอน จะมีหน้าต่างสำหรับเชื่อมต่อและเลือกเซิร์ฟเวอร์ปรากฏขึ้น

อย่างไรก็ตาม VPN ในรูปแบบ extension บนเบราว์เซอร์จะปกป้องเฉพาะการใช้งานภายในเบราว์เซอร์เท่านั้น หากคุณต้องการปกป้องทั้งอุปกรณ์และ traffic ทั้งหมด แนะนำให้ใช้ VPN application แยก หรือ VPN ที่ทำงานในระดับระบบปฏิบัติการ

นอกจากนี้ VPN แบบ add-on ฟรีที่รวมมากับเบราว์เซอร์มักมีข้อจำกัด เช่น มีเซิร์ฟเวอร์ให้เลือกน้อย จำกัดความเร็วสูงสุด หรือจำกัดจำนวนผู้ใช้งานต่อเซิร์ฟเวอร์ โดยมักจะมีตัวเลือกให้อัปเกรดเป็นเวอร์ชันแบบชำระเงินเพื่อปลดข้อจำกัดเหล่านี้

A few tips for proper use

  1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่า VPN ของคุณ อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ เพื่อให้ใช้งานฟีเจอร์และการอัปเดตด้านความปลอดภัยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

  2. หากคุณพบปัญหาในการเชื่อมต่อ ให้ ลองรีสตาร์ตแอป หรืออุปกรณ์ของคุณ รวมถึงลองสลับ VPN server เพื่อหาเซิร์ฟเวอร์ที่ให้ความเร็วที่ดีกว่า

  3. ควร ใส่ใจกับคำเตือนและการแจ้งเตือน ที่อาจปรากฏเมื่อมีการเปลี่ยนสถานะของ VPN เนื่องจากบางแอปอาจสามารถติดตามกิจกรรมของคุณได้เมื่อปิดการใช้งาน VPN

 

How to use the VPN app on Windows, Android or iOS?

เมื่อคุณติดตั้ง VPN บนคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ แล้ว การใช้งานส่วนใหญ่จะเป็นการเปิดหรือปิดตามความต้องการ มาดูวิธีการใช้งานกัน

วิธีเปิด VPN

  • Step 1: เปิด client application บนอุปกรณ์ของคุณ
  • Step 2: เลือก server ที่ต้องการเชื่อมต่อ โดยปกติสามารถเลือกได้จากรายการตามตำแหน่งทางภูมิศาสตร์
  • Step 3: คลิกปุ่ม 'connect' และรอจนกว่าจะเชื่อมต่อกับ server ที่เลือกสำเร็จ

วิธีปิด VPN

  • Step 1: เปิด client application บนอุปกรณ์ของคุณ โดยมักจะพบไอคอนใน notification area หรือ toolbar
  • Step 2: เลือก 'disconnect' จากเมนูในแอป ปุ่มสำหรับตัดการเชื่อมต่อมักอยู่ด้านล่างของหน้าต่างแอป
  • Step 3: รอจนกว่าอุปกรณ์จะตัดการเชื่อมต่อจากเครือข่ายส่วนตัว และกลับสู่การเชื่อมต่อปกติ

จะเลือก VPN อย่างไร?

เมื่อเลือก VPN สิ่งสำคัญคือการเลือกบริการที่มีความน่าเชื่อถือและมีคุณภาพ เพื่อให้ตรงกับความต้องการและสามารถปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณได้อย่างแท้จริง นี่คือปัจจัยสำคัญที่คุณควรพิจารณา:

  1. Security and Encryption – ตรวจสอบว่า VPN ใช้การเข้ารหัสประเภทใด แนะนำให้เลือกบริการที่ใช้ encryption ขั้นสูง เช่น 256-bit AES-256 ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในมาตรฐานที่ปลอดภัยที่สุดในปัจจุบัน
  2. Protocols – VPN application โดยทั่วไป รองรับ protocols หลากหลาย เช่น OpenVPN, WireGuard, IKEv2/IPSec หรือ SSTP โดยแต่ละ protocol มีข้อดีข้อเสียต่างกันในด้านความเร็วและความปลอดภัย ซึ่ง OpenVPN มักถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
  3. Paid Services vs. Free VPN – ควรระมัดระวังในการใช้บริการฟรี เนื่องจากบางบริการอาจเก็บข้อมูลส่วนบุคคลและนำไปขายต่อให้บุคคลที่สาม โดยบริการแบบชำระเงินมักให้ความปลอดภัยและความเร็วที่ดีกว่า
  4. Speed and Performance – ตรวจสอบความเร็วและ performance ของ VPN server โดยเฉพาะหากคุณต้องการใช้งานสตรีมมิ่งหรือเล่นเกมออนไลน์
  5. Number of Servers and Locationsตรวจสอบจำนวน server และประเทศที่ให้บริการ ยิ่งมีจำนวน server มากและครอบคลุมหลายพื้นที่ คุณจะมีความยืดหยุ่นในการเลือก IP address มากขึ้น
  6. User-Friendliness and Technical Support – ควรเลือกบริการที่ใช้งานง่าย มี interface ที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้ และสามารถค้นหารีวิวได้จากสื่อออนไลน์ รวมถึงมี technical support ที่พร้อมช่วยเหลือเมื่อจำเป็น
  7. Data Logs – ตรวจสอบว่าผู้ให้บริการเก็บข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคุณหรือไม่ หากต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุด ควรเลือกบริการที่ไม่มีการบันทึกข้อมูลกิจกรรมออนไลน์ของผู้ใช้งาน

VPN เป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องความเป็นส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ต ช่วยให้คุณใช้งานโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย เข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ และลดความเสี่ยงจากการถูกขโมยข้อมูลสำคัญ คุณสามารถเลือก VPN ได้หลากหลายรูปแบบตามความต้องการ สิ่งสำคัญคือการเลือกผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของคุณบนอินเทอร์เน็ต

Top Criteria for Choosing a Virtual Private Network

เพื่อให้ VPN มีประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นต้องใช้วิธีการเข้ารหัสที่แข็งแกร่งที่สุด (ไม่ว่าจะเป็นบริการแบบชำระเงินหรือฟรี) เพราะสิ่งนี้คือหัวใจสำคัญในการรับประกันความปลอดภัยของคุณบนโลกออนไลน์

  1. คุณภาพของ Encryption
  2. ปริมาณ User Data ที่ถูกจัดเก็บ
  3. Speed
  4. Price
  5. Clarity ของแอปพลิเคชัน

ESET VPN
เป็นส่วนหนึ่งของ ESET HOME Security Premium และ ESET HOME Security Ultimate

ปกป้องการเชื่อมต่อของคุณ และป้องกันการติดตามที่ไม่พึงประสงค์—ได้ทุกที่ ทุกเวลา

ESET HOME Security Premium

ยกระดับการปกป้องของคุณด้วย VPN แบบไม่จำกัด, encryption สำหรับไฟล์สำคัญ และการตรวจจับภัยคุกคามด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย

 

ESET HOME Security Ultimate

รับแผนความปลอดภัยระดับสูงสุดของเรา พร้อม VPN, Identity Protection และ Ransomware Remediation เพื่อความมั่นใจสูงสุด